การคลุมผ้า(ฮิญาบ)ของสตรีมุสลิมนั้นไม่ใช่ประเพณีของอาหรับ แต่เป็นบทบัญญัติของศาสนา
แต่มาจากบทบทบัญญัติศาสนา ในเรื่องการคลุมผม หิญาบ หรือฮิญาบและป้องกันสิ่งที่ไม่ดี ฮิญาบ แปลว่า ปิดกั้นค่ะ
ประวัติที่มาของการคลุมผม หิญาบ หรือฮิญาบ และการประทานคัมภีร์กุรอานเกี่ยวกับเรื่องฮิญาบมีดังนี้
ช่วงแรกๆในการเป็นศาสนฑูตของท่านนบีมูฮำมัดนั้น ยังไม่มีคำสั่งเรื่องการคลุมฮิญาบลงมา
ครั้นเมื่อท่านนบีมูฮัมมัด (ซล.) มุ่งหน้าไปยังเมืองมะดีนะฮฺ ช่วงนั้นท่านนบียังไม่มีที่บ้านเป็นของตนเอง จึงพักที่บ้านของอบูอัยยูบ แต่ภรรยาของท่านนบีต้องพักที่อื่น เช่นนั้นเมื่อภรรยาของท่านนบีและสตรีมุสลิมท่านอื่นๆ ต้องการออกไปทำภาระกิจ (เช่น ธุระส่วนตัว....เมื่อก่อนยังไม่มีห้องน้ำ) ในยามค่ำคืน ก็ต้องออกไปทำภารกิจนอกบ้านซึ่งในระหว่างทาง พวกอันธพาลมักนั่งแถวๆ ข้างทาง คอยหยอกล้อ,จีบสาว และพูดจาเกี้ยวพาราสีต่อสตรีที่เดินผ่านไปมา
ด้วยเหตุนี้พระองค์อัลลอฮฺทรงประทานอัลกุรฺอานในบทที่ว่า
"โอ้นบีเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาภริยาของเจ้า และบรรดาบุตรสาวของเจ้า และบรรดาหญิงของบรรดาผู้ศรัทธาโดยให้พวกนางดึงเสื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัวของพวกนางเถิด" ( Quran บทอัลอะหฺซาบ 33 : 59)
จึงเป็นบัญญัติที่สตรีมุสลิมต้องกระทำ
ทั้งหมด มาจากความเข้าใจและจิตศรัทธา ถ้าเขาเข้าใจนั้น เขาก็ย่อมปฏิบัติได้ โดยไม่เขอะเขิน
ความรู้ต้องก่อนการปฏิบัติ(อามัล)
ใครที่เพิ่งเริ่มคลุมฮิญาบใหม่ๆอาจไม่ชิน เราจะให้กำลังใจคนที่ยังไม่คลุมนะคะ
เพื่อนๆที่นี่จะคอยเติมเชื้อไฟแห่งความศรัทธาเข้าไปเรื่อยๆ หรือมีเพื่อนที่คลุมถูกต้องก็ขอไปตีซี้ขอสนิทด้วยจะได้มีเพื่อนคลุมฮิญาบด้วยกัน
สู้ๆค่ะ อยากได้สวรรค์ ก็ปฏิบัติตามศาสนากันเถอะค่ะ
เคยได้อ่านspace ของใครจำไม่ได้(ขอมะอัฟค่ะ) กล่าวว่า " ถ้าอยากได้สวรรค์ก็คลุมฮิญาบสิ "
เพิ่มเติมเรื่องการปิดหน้า
การคลุมฮิญาบของสตรีนั้น โดยทั่วไป จะเปิดเผยแค่ใบหน้าและฝ่ามือเท่านั้น
ส่วนการปิดจนเหลือแต่ลูกตานั้นเป็นทัศนะที่ปฏิบัติเพื่อป้องกันตนเองจากฟิตนะห์ (ความไม่ดีไม่งามทางสังคม)
เช่น ป้องกันการถูกแซว หรือ การหยอกล้อเชิงชู้สาว จากเพื่อนชาย เป็นต้น
บางคนก็ถือว่าเป็น วาญิบ ซึ่งตัวอย่างก็มีจากภรรยาของท่านร่อซูล
การปิดหน้าจนเหลือแต่ลูกตา ไม่ได้มีไว้เพื่อปิดบังตัวเอง จากการทำสิ่งไม่ดี หรือ เพื่อเจตนากระทำสิ่งต่าง ๆ โดยไม่ให้ผู้อื่นรู้ว่าตนเองเป็นใคร เช่น การปิดหน้าปิดตา ตอนที่ไปประท้วงเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐจำได้
..แต่พออยู่กับบ้านปกติ(หมายถึงการใช้ชีวิตปกติทั่วๆไป) ก็ไม่ได้ปิดหน้าปิดตา การกระทำเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนะคะ
เพราะทำเพื่อปกปิดตัวเอง
และการปิดหน้านั้นไม่ใช่เพื่อป้องกันฝุ่นทะเลทรายอย่างที่คิดกันไปเอง เพียงเพราะว่าอิสลามมาจากประเทศแทบอาหรับทะเลทราย
แต่มาจากบทบทบัญญัติศาสนา ในเรื่องการคลุมฮิญาบและป้องกันสิ่งที่ไม่ดี...
อย่าไปล้อเลียนดูถูกคนที่ปิดหน้านะคะ เพราะเขาทำเพื่อป้องกันฟิตนะฮฺและอยู่ในหนทางอิสลามเช่นกัน
เขาก็ต้องใช้ความอดทนมากกว่าคนที่เปิดเผยใบหน้าและฝ่ามือ
ฮิญาบคือการกดขี่สตรีเพศรึเปล่า ??
ฮิญาบไม่ได้เป็นการกดขี่สตรีเพศของอิสลาม
อยากให้มองดูสังคมแบบใจที่เป็นกลาง อิสลามให้ป้องกันก่อนจะมีสิ่งไม่ดีตามมา อิสลามมีการปกป้องและป้องกันจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย เราไม่อาจปฏิเสธได้ ในเรื่องธรรมชาติอารมณ์ของมนุษย์ มีได้หลายอย่าง การมอง การได้กลิ่น และการสัมผัส
ดังนั้น ด้วยหัวใจของมนุษย์นั้นที่ไม่สามารถคาดเดาได้ อิสลามจึงให้สตรีปกป้องตัวเองไว้ก่อน ดีกว่าที่จะไปแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
ดูแลตัวเองปกป้องตัวเองเสียก่อน ก่อนที่จะไปพึงพาอาศัยคนอื่น หรือเมื่อเกิดปัญหาแล้วมาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
สั้นๆง่ายๆ ..
ป้องกันก่อนเกิดปัญหา ^^
อีกทั้งยังแสดงถึงความเท่าเทียมกัน ไม่โชว์ว่ามีดีกว่าคนอื่น สวยกว่าคนอื่น ไม่ต้องโชว์เครื่องประดับประดาต่างๆ
และลดปัญหาการล้อเลี่ยนปมด้อยในร่างกายของแต่ละคน เช่น ร่างกายผิดปกติ เป็นเหตุที่เขาควบคุมไม่ให้เกิดขึ้นกับเขาไม่ได้
ตรงนี้เมื่อคนไม่เห็น เขาจะสุขสงบใจมากกว่า ที่คนจะมองด้วยสายตาประหลาดๆ ทำให้เกิดเป็นปมด้อยขาดความมั่นใจ
จนลืมไปว่าทุกคนมีความสามารถหลายๆอย่าง สามารถงัดมาใช้ให้เป็นประโยชน์เพิ่มคุณค่าให้กับตัวตน เช่นความรู้ความสามารถ ด้านศาสนา การเรือน และด้านอื่นๆอีกมาก
จึงเป็นสิ่งช่วยสร้างความอบอุ่นทั้งกายและใจในภายใต้ฮิญาบ นอกจากฮิญาบแล้ว
เสื้อผ้าก็จะไม่รัดรูปค่ะ เน้นส่วนต่างๆของร่างกาย ก็ไม่แตกต่างกับที่ไม่คลุมฮิญาบนั่นเองค่ะ ^^
ในประเด็นที่ว่ามีดีก็ต้องโชว์ แต่อิสลามสวยด้วยการปกป้อง สวยด้วยอัตลักษณ์ของศาสนา มองให้ลึกลงไปว่าสาวๆเหล่านั้นรักนวลสงวนตัว
และมีความสวยงามของผู้ศรัทธา^^
ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน กับคนต่างศาสนาหลายๆคน ที่ตั้งใจมาสอบถามหาความรู้เกี่ยวกับอิสลาม
ทุกคนพูดว่า สตรีอิสลามแต่งกายปกปิด เห็นอยากให้สังคมเป็นแบบนี้มาก เพราะจะช่วยยกระดับ
ปัญหาสังคมต่างๆ และดูมีค่า มีราคามากกว่า เปิดโชว์ คำพูดจากชายต่างศาสนา
ส่วนการแต่งกายของชายมุสลิมนั้น
ก็ตามปกติทั่วๆไป มีส่วนที่ต้องปกปิดไว้ ตั้งแต่ ระหว่างหัวเข่าถึงสะดือค่ะ จะใส่สูทผูกไทค์ หรือจะใส่สะโหร่ง กางเกงเลก็ได้ ^^ ฯลฯ
แต่ต้องไม่ปิดเผยเอาเราะฮฺนั่นเอง (สำหรับชาย คือ ระหว่างหัวเข่าถึงสะดือ)
และการสวมหมวกของชายมุสลิม(ทั้งสีขาวและสีอื่นๆ) เรียกกว่าหมวกใส่เพื่อทำการละหมาด( นมัสการพระเจ้า)
ภาษามาลายูเรียกว่า กะปิเยาะห์ (เป็นที่มาของชื่อเขตบางกะปิอีกด้วยเพราะเมื่อก่อน พื้นที่นี้มีมุสลิมมากมายอยู่บริเวณพื้นที่นั้น
คนเรียกจากบางกะปิเยาะห์มาเป็นบาง) ที่ชายมุสลิมใส่เป็นส่วนมาก เพราะท่านนบีมูฮัมมัด (ซล.) ได้กระทำไว้เป็นแบบอย่าง
( อิสลามนั้นใช้แบบอย่างจากนบีท่านนบีมูฮัมมัด (ซล.) ที่รับวะยูห์มาจากพระเจ้า เรียกว่าซุนนะฮฺ) แต่ไม่ได้จำเป็นต้องใส่แต่หมวกเท่านั้น
เพราะท่านนบีมูฮัมมัด (ซล.) บางครั้งก็ใช้ผ้าสะระบั่น มาโพกที่ศรีษะ บางครั้งก็ใส่หมวกและเอาผ้าโพกอีกครั้งหนึ่งค่ะ
การที่มุสลิมโพกผ้าศีรษะถือว่าเป็นซุนนะฮฺเหมือนกัน มีรายงานถึงลักษณะของท่านนบีว่า ท่านอัมร์เล่าว่า
" ท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวเทศนาธรรม (คุฏบะฮฺ) โดยใช้ผ้าโพกศีรษะสีดำ "บันทึกโดยติรฺมิซีย์ , อิบนุมาญะฮฺ และอบูดาวูด)
ส่วนจะใส่หรือไม่ใส่ทั้งในเวลาปกติ หรือเวลาละหมาดนั้น ไม่ได้เป็นคำสั่งใช้ ว่าจำเป็นต้องกระทำ (เช่นการละหมาด นั้นจำเป็นต้องทำ)
แต่ทำตามท่านนบีนั่นจะดีกว่านั้นเอง
อาจจะถามว่าทำไม ชายส่วนที่ปกปิด ระหว่างหัวเข่าถึงสะดือ แต่หญิง คือ ฝ่ามือและใบหน้า
เพราะชายมีหน้าที่มากมายกว่าหญิง ชายเป็นเพศที่ต้องปกป้องและทำหน้าที่ดูแลครอบครัว